เช็คสุขภาพ : ที่นี่ ... มีคำตอบให้ทุกคำถามเกี่ยวกับสุขภาพของท่าน
หน้าแรก / บทความ / โรคติดเชื้อโคโรน่าไวรัส และสิ่งที่ต้องรู้
โดย : วณิชชา สุมานัส
ทบทวนบทความโดย : ทีมเช็คสุขภาพ
โรคติดเชื้อโคโรน่าไวรัส และสิ่งที่ต้องรู้

การแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัส (COVID-19) ที่เริ่มจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ในช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ปัจจุบันครอบคลุมไปในหลาย ๆ ประเทศ ต่อไปนี้เป็นคำถามและคำตอบสำคัญเกี่ยวกับไวรัส รวมถึงวิธีการปกป้องตัวเองจากการติดเชื้อโคโรน่า และหากติดแล้ว มาดูกันว่าอะไรจะเกิดขึ้น

อาการของผู้ที่ได้รับเชื้อโคโรน่าไวรัสเป็นอย่างไร

ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ (CDC) ระบุว่า อาการของผู้ที่ติดเชื้อโคโรน่า อาจมีหลายลักษณะ ได้แก่:

งานวิจัยล่าสุดจากองค์การอนามัยโลก (WHO) อธิบายถึงอาการของผู้ติดเชื้อในรายละเอียด เช่น อ่อนเพลีย ปวดกระดูกหรือข้อต่อ ปวดหัว รู้สึกหนาวเย็น อาการเหล่านี้อาจปรากฏให้เห็นในช่วง 2 วันหลังจากติดเชื้อ และยาวไปถึง 14 วัน หลังจากที่ได้รับเชื้อแล้ว

วิธีป้องกันและเลี่ยงในการรับเชื้อโคโรน่าไวรัส

วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันไม่ให้เราได้รับเชื้อโคโรน่าไวรัสก็คือ ล้างมือบ่าย ๆ เวลาล้างมือ ให้ล้างอย่างน้อยนาน 20 วินาที ให้ล้างก่อนที่จะทำกับข้าว ล้างมือก่อนทานอาหาร ล้างมือหลังจากใช้ห้องน้ำ หากมีอาการไอหรือจาม หรือหากต้องดูแลผู้ป่วย หากไม่มีสบู่หรือน้ำ ให้ใช้ยาฆ่าเชื้อต่าง ๆ ที่มีแอลกอฮอล์สูงถึง 60 เปอร์เซ็นต์เป็นอย่างน้อยทำความสะอาดมือ นอกจากนี้:

  • เลี้ยงพบปะผู้คน โดยเฉพาะผู้ป่วย
  • ไม่ใช้มือสัมผัสตา จมูก และปาก บ่อย ๆ
  • หากรู้ตัวว่าป่วยให้อยู่บ้าน
  • หักไอหรือจามให้ใช้ทิชชู่ปิดเวลาที่ไอหรือจาม และให้ทิ้งกระดาษทิชชู่ลงในถังขยะทันที
  • ทำความสะอาดพื้นผิวของวัตถุต่าง ๆ ด้วยสเปรย์ทำความสะอาดฆ่าเชื้อ หรือเท็จ

หน้ากากอนามัยใช้ได้ผลหรือไม่ในการป้องกันไม่ให้เราติดเชื้อ

ในความเป็นจริงแล้ว หน้ากากอนามัยไม่ได้ป้องกันให้เราไม่ให้ติดเชื้อ หากคุณมีเชื้อโคโรน่าไวรัสอยู่แล้ว หน้ากากอนามัยจะช่วยป้องกันเชื้อไม่ให้ไปติดผู้อื่น 

แต่หากคุณเป็นคนที่สุขภาพดีอยู่แล้ว การใส่หน้ากากอนามัยจะช่วยป้องกันได้เล็กน้อยเท่านั้น หน้ากากที่ดีที่สุด คือ N95  ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยู่ในแวดวงการแพทย์หรือพยาบาลที่จะนำมาใช้ หลายคนใส่หน้ากากอนามัยแต่ใส่ไม่ถูกต้อง การใส่หน้ากากอนามัยจะต้องไม่จับหน้ากากบ่อยครั้งหรือปรับหน้ากากบ่อย ๆ ซึ่งการจับหน้ากากบ่อย ๆ จะช่วยเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ และเมื่อไม่ใช้หน้ากากแล้วก็ควรทิ้งให้ถูกวิธี หน้ากากใช้แล้วควรทิ้งและไม่นำมาใช้ใหม่ เมื่อใส่แล้ว เอามือตัวเองสัมผัสหน้ากาก ต้องถอดทิ้งทันที เพราะไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกแล้ว

หากเราต้องใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ได้รับเชื้อ หน้ากากสามารถช่วยป้องกันละอองฝอยจากน้ำลาย จากการไอหรือจามได้ และวิธีการที่ดีที่สุดคือต้องล้างมือบ่อย ๆ และพยายามอย่าใช้มือสัมผัสกับใบหน้า ตา จมูก และปากบ่อยๆ

วิธีการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่าในร่างกายของเราทำอย่างไร

หากสงสัยว่าติดเชื้อโคโรน่าไวรัส ให้โทรหาแพทย์เพื่อนัดตรวจทันที แจ้งให้แพทย์ทราบถึงสถานการณ์และความเสี่ยงที่ทำให้คิดว่าเราติดเชื้อโคโรน่าไวรัส เพื่อที่แพทย์จะได้เตรียมการรับรองกรณีของเราได้ถูกวิธี ไม่ควรตรงไปหาหมอทันทีโดยไม่มีการนัดล่วงหน้า หากหมอยืนยันว่าคุณมีเชื้อโคโรน่า หมอหรือสถานพยาบาลจะติดต่อรัฐหรือหน่วยงานทางด้านสุขภาพท้องถิ่นโดยตรง ในส่วนของรัฐจะจัดส่งอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อในร่างกายของเราให้กับสถานพยาบาลนั้น ๆ ผลการตรวจจะต้องมีการยืนยันหลายรอบก่อนที่จะมีการยืนยันครั้งสุดท้าย

โคโรน่าไวรัสแพร่กระจายได้อย่างไร

เพราะโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัสเป็นเรื่องใหม่ ข้อสงสัยหลายอย่างจึงยังไม่สามารถหาคำตอบได้ เช่น  เชื้อโคโรน่าไวรัสแพร่กระจายได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า:

  • เชื้อไวรัสอาจแพร่กระจายจากคนสู่คน หรือจากในกลุ่มคนโดยแพร่กระจายได้ในระยะห่าง 6 ฟุต และผ่านละอองฝอยของเหลวที่มาจากผู้ที่ติดเชื้อ ผ่านการไอหรือจาม
  • เชื้อไวรัสอาจมีการกระจายก่อนที่จะแสดงอาการ
  • เชื้อไวรัสแพร่กระจายจากการติดต่อกับผิวสัมผัสที่มีเชื้อ การสัมผัสกับพื้นผิวหรือวัตถุที่มีเชื้อไวรัสอยู่แล้ว ก่อนเอามือมาจาก จับจมูก หรือสัมผัสตา ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยให้เกิดการแพร่ระบาด อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันว่า นี่คือช่องทางหลักของเชื้อไวรัสที่มีการแพร่กระจาย
  • งานวิจัยล่าสุดระบุว่า ไวรัสโคโรน่าไม่ได้แพร่กระจายทางอากาศ ดังนั้นคนไม่สามารถติดกันได้จากการหายใจ
  • การติดเชื้อโคโรนาไวรัสนั้นง่ายมาก ไวรัสอื่นๆทำไม่ได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า เชื้อไวรัสโคโรน่าแพร่กระจายง่ายและอยู่กับชุมชนนานขึ้น ในภูมิภาคและภูมิประเทศจำเพาะที่เหมาะแก่การติดเชื้อ

เชื้อโคโรน่าไวรัสมีอายุได้นานเท่าไหร่บนพื้นผิวหรือนอกร่างกายมนุษย์

งานวิจัยชิ้นใหม่เผยว่า เชื้อไวรัสซาร์ (SAR-CoV-2) อาจอยู่ได้แค่ 2-3 ชั่วโมง หรือหลาย ๆ วันบนพื้นผิว และหลาย ๆ ชั่วโมงในอากาศภายใต้เงื่อนไขของห้องทดลอง งานวิจัยชิ้นนี้ยังระบุอีกว่า เชื้อสามารถอยู่ได้ถึง 4 ชั่วโมงบนดีบุก และ 24 ชั่วโมงบนกระดานแผ่นเรียบต่าง ๆ และสามารถอยู่ได้ 2-3 วันบนพลาสติกและเหล็กสแตนเลส งานวิจัยยังระบุอีกว่า การแพร่เชื้อยังสามารถทำได้ผ่านการสัมผัสกับพื้นผิวที่มีการปนเปื้อนหรือการหายใจเอาอากาศเข้าปอด แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเชื้อดังกล่าวสามารถติดกันได้โดยทางอากาศ ดังนั้น จึงต้องทำความสะอาดพื้นผิวต่าง ๆ บ่าย ๆ จึงจะดีมาก

เชื้อโคโรน่าไวรัสร้ายแรงกว่าไข้หวัดหรือไม่

ปัจจุบันมีผู้เป็นไข้หวัดจำนวนมาก ในช่วงฤดูกาลที่คนเป็นไข้หวัดกันบ่อย ๆ ในขณะที่ ณ วันที่ 23 มีนาคม 2563 มีผู้ป่วยโคโรน่าไวรัสถึง 133,000 คนทั่วโลก ซึ่งตัวเลขนี้ ยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัด

แต่อย่างไรก็ตาม โรคติดเชื้อโคโรน่าไวรัสหรือว่าเป็นอันตรายถึงชีวิต การเสียชีวิตจากการเป็นไข้หวัดมีเพียง 0.1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในขณะที่ผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ราว 2 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ การมานั่งสำรวจอัตราการเสียชีวิตของแต่ละโลกเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย เพราะหลายคนเสียชีวิตจากการวินิจฉัยด้วยโรคอื่นผสมกับมีไข้หวัดเล็กน้อย หรือบางรายไม่มีการวินิจฉัยเลย วารสาร New England Journal of Medicine ระบุว่า สำหรับฤดูกาลนี้ อัตราการตายอาจใกล้เคียงกับผู้ที่เป็นหวัด ในช่วงที่มีผู้ที่เป็นหวัดในอาการหนัก บทบรรณาธิการเขียนโดย Anthony Fauci, MD, ผู้อำนวยการแห่งสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติ

โรคไข้หวัดเป็นที่รู้จักในหมู่นักวิทยาศาสตร์และแพทย์ ในแต่ละปี สายพันธุ์ของไข้หวัดจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่แผนการรักษาไข้หวัดก็ยังชัดเจน และมีวัคซีนเป็นทางแก้ โคโรน่าไวรัสเป็นเรื่องใหม่ บุคลากรทางด้านการแพทย์และสุขภาพกำลังเรียนรู้เรื่องการระบาดของมัน นอกจากนี้ยังเป็นไปได้ว่า เชื้อโคโรน่าไวรัสกลายพันธุ์ไปสู่สายพันธุ์ต่าง ๆ ได้ เช่นเดียวกับไข้หวัด

Tedros Adhanom Ghebreyesus ผู้อำนวยการขององค์การอนามัยโลก กล่าวว่า ยังมีสิ่งสำคัญที่หลายๆคนยังต้องเข้าใจอยู่ ประการแรก  เชื้อไวรัสโคโรน่าไม่ได้ดูเหมือนว่าจะแพร่กระจายได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนกับเชื้อไข้หวัด และสิ่งที่แตกต่างอีกหนึ่งประการก็คือ คนที่ได้รับเชื้อโคโรน่าไวรัสจะป่วยหนักกว่าคนที่เป็นไข้หวัด

เขายังกล่าวอีกว่า “ในขณะที่คนทั่วโลกกำลังสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันสายพันธุ์ไข้หวัดประจำฤดูอยู่นั้น  เชื้อโคโรน่าไวรัสยังเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่มีใครมีภูมิคุ้มกัน นั่นแปลว่าคนจำนวนมากอาจมีเชื้ออยู่ในตัวอยู่แล้ว และในขณะเดียวกันคนจำนวนหนึ่งก็จะต้องทนทุกข์ทรมานกับการติดเชื้อที่จะต้องแสดงอาการหนัก 

มีวัคซีนรักษาเชื้อโคโรน่าไวรัสหรือไม่

ปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนเพื่อใช้รักษาเชื้อโคโรน่าไวรัส และวัคซีนที่จะสามารถต้านเชื้อโคโรน่าไวรัสได้ก็ยังต้องใช้เวลาศึกษาเป็นปี อย่างไรก็ตาม หน่วยวิจัยในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ และบริษัทยาก็กำลังทำงานกันอย่างจริงจัง เพื่อให้ได้วัคซีนมาป้องกันเชื้อโคโรนาไวรัส ในวันที่ 16 มีนาคม  2523 วัคซีนตัวหนึ่งที่มีความเป็นไปได้สูงในการช่วยต่อต้านไวรัสกำลังอยู่ในช่วงทดลองกับมนุษย์ในเฟส 1 รายการทดสอบนี้ได้รับเงินสนับสนุนจากสถาบันเพื่อสุขภาพแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะทำการทดสอบกับ อาสาสมัครที่เป็นผู้ใหญ่สุขภาพดี 45 รายในช่วง 6 สัปดาห์ เพื่อทดสอบว่าวัคซีนที่ใช้นี้ปลอดภัยหรือไม่ โดยจะมีการใช้วัคซีนในหลาย ๆ ขนาดเพื่อช่วยให้นักวิจัยได้องค์ความรู้ใหม่ว่าปริมาณเท่าใดการได้รับวัคซีนจึงจะปลอดภัย และปริมาณเท่าใดจึงจำเป็นที่จะทำให้วัคซีนสามารถต่อต้านเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ และแน่นอน ผลข้างเคียงใดจะเกิดขึ้นบ้างหากได้รับวัคซีนนี้ งานวิจัยดังกล่าวมีขึ้นที่ Kaiser Permanente Washington Heealth Research Institute ในซีแอตเติล

 วิธีการรักษาผู้ติดเชื้อโคโรน่าไวรัสทำอย่างไร

ปัจจุบัน ยังไม่มียารักษาผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัส และยาปฏิชีวนะก็ยังใช้ไม่ได้ผลในการต่อต้านเชื้อโคโรนาไว้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รักษาตามอาการ เช่น ใช้ Acetaminophen เมื่อมีอาการปวดหรือไข้ ให้พักผ่อนเยอะ ๆ และดื่มน้ำมาก ๆ ถึงแม้ว่ายังไม่มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็น Ibuprofen ใช้ได้ผลดีในการรักษา องค์การอนามัยโลกได้แนะนำว่า ไม่ควรทานยาเหล่านี้ เมื่อมีอาการของผู้ติดเชื้อโคโรนาไว้ หากติดเชื้อต้องถือว่าเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินและต้องเข้าโรงพยาบาลทันที ซึ่งในบางรายจำเป็นต้องมีเครื่องช่วยในการหายใจ 

ช่วงนี้เดินทางไปไหนมาไหนปลอดภัยหรือไม่

คำแนะนำในการเดินทางเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเร็วมาก อย่างไรก็ตามให้ตรวจสอบกลับผู้ที่มีอำนาจในท้องที่ในเรื่องของการเดินทางในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อโคโรน่าไวรัส 

หากมีพัสดุมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง เราจะติดเชื้อโคโรน่าไวรัสหรือไม่

กรมควบคุมโรคกล่าวว่า มีโอกาสเป็นไปได้น้อยมากที่เราจะติดเชื้อจากการแพร่กระจายบนสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ห่อที่ส่งมาในช่วงรายวันหรือรายสัปดาห์ โคโรน่าไวรัสโดยปกติแล้วเชื่อว่าจะติดต่อผ่านทางละอองฝอยที่เกิดจากช่องทางของลมหายใจ ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าเราสามารถติดเชื้อได้จากสินค้าที่ส่งมาเป็นสินค้าส่งออก แล้วยังไม่มีรายงานว่าประเทศใดที่นำเข้าสินค้าจากประเทศไทยมีการติดเชื้อแล้ว อย่างไร การล้างมือบ่อย ๆ เป็นอุปนิสัยที่ดีและช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ดีเสมอ เมื่อมีการสัมผัสกับวัตถุที่ส่งมา หรือก่อนกินข้าว หรือก่อนสัมผัสปากและตา

เชื้อไวรัสโคโรน่าเริ่มระบาดที่ใดก่อน

ประเทศจีนเป็นประเทศแรกที่มีการรายงานถึงการระบาดของเชื้อ โดยเฉพาะในเมืองอู่ฮั่น เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2562 

เชื้อโคโรนาไวรัสจะตายหรือไม่  

เชื้อโคโรนาไวรัสจะตายไปพร้อมกับอากาศที่อบอุ่นขึ้นหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีข้อมูลที่สนับสนุนข้ออ้างนี้ ไวรัสที่เกิดจากทางลมหายใจ เช่น เชื้อรา เป็นโรคที่เกิดตามฤดูกาล เชื้อโคโรน่าไวรัสอาจเหมือนกัน นั่นแปลว่า จำนวนผู้ติดเชื้อจะลดลงในช่วงหน้าร้อน และยาวไปถึงหน้าฝน อย่างไรก็ตาม อาจจะเร็วเกินไปที่จะอนุมานเช่นนั้น และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของโรคนี้ก็ไม่นิ่งนอนใจที่จะช่วยกันป้องกันและรักษาผู้ที่ติดเชื้อโคโรน่าไวรัส และหากจะมารอให้ถึงหน้าร้อนแล้วเชื้อหายไปนั้นคงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถนำมาพิจารณานำปฏิบัติได้

WeebMD. (2020). Coronavirus: What need to know. Accessed 23 March 2020.

World Health Organization. (2020). Coronavirus. Accessed 23 March 2020. 

New England Journal of Medicine. (2020). Coronavirus (Covid-19). Accessed 23 March 2020. 

 

23/03/2020
บทความที่เกี่ยวข้อง


กาแฟมีคาเฟอีน แต่คุณก็รู้ว่ากาแฟมีคาเฟอีน ถ้ากินกับพายแอปเปิ้ลจะดีมาก แต่ตอนตี 3 คุณเองก็จะนอนไม่หลับ เพราะกินกาแฟมากเกินไป



องค์การอนามัยโลกจัดให้ อาการเบิร์นเอาท์ (Burnout) หรืออาการหมดไฟในการทำงาน อาการเหนื่อยหน่ายเรื้อรัง เป็นโรคชนิดหนึ่ง เมื่อเป็นมีโอกาสสูงที่จะหาย และหากไม่รักษา อาจนำไปสู่โรคซึมเศร้า และอาจนำไปสู่การทำร้ายตัวเองได้


CHECKSUKKAPHAP.COM
เลขที่ 598 ชั้น 6 ถนนเพลินจิต ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
095-515-9229
ข้อกำหนดและเงื่อนไข ความเป็นส่วนตัว