เช็คสุขภาพ : ที่นี่ ... มีคำตอบให้ทุกคำถามเกี่ยวกับสุขภาพของท่าน
หน้าแรก / บทความ / ทำไมคนไข้ที่กินยาวาร์ฟารินจึงไม่ควรกินมะม่วง
ทำไมคนไข้ที่กินยาวาร์ฟารินจึงไม่ควรกินมะม่วง

ช่วงนี้สังเกตว่าคนไข้คลินิกวาร์ฟารินมักจะมาด้วยค่าเลือดที่ผิดปกติ (INR out of target) ส่วนใหญ่จะมาด้วยค่าเลือดที่สูง จากการสอบถามเรื่องประวัติการกินอาหาร หลายเสียงตอบเหมือนกันว่า “กินมะม่วงมาค่ะ/ครับคุณหมอ” บางคนกินวันละสามถึงสี่ลูกก็มี เพราะฤดูนี้เป็นฤดูกาลแห่งผลไม้ไงล่ะคะ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มังคุด เงาะ หรือแม้แต่มะม่วง พออ่านมาถึงบรรทัดนี้หลายคนอาจสงสัยว่ายาวาร์ฟารินคืออะไร? แล้วมะม่วงเกี่ยวอะไรกับยาวาร์ฟาริน? งั้นเรามาทำความรู้จักยาวาร์ฟารินไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าค่ะ…

ยาวาร์ฟาริน(Warfarin) คืออะไร

เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด ใช้ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดซึ่งอาจไปอุดตันตามเส้นเลือดของร่างกาย เช่น สมอง ปอด ขา หรือท่ีลิ้นหัวใจเทียมได้ ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 5 ความแรง คือ 1, 2, 3, 4, 5 mg ซึ่งแต่ละความแรงก็จะมีสีของเม็ดยาที่ต่างกันไป ดังนั้น คนไข้จึงควรสังเกตสีเม็ดยาและความแรงที่ใช้ทุกครั้ง เพื่อผลดีต่อการรักษาและความปลอดภัยในการใช้ยาค่ะ

ข้อบ่งใช้ที่สำคัญของยาวาร์ฟาริน มีดังนี้

  • หลังผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียม
  • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • โรคลิ้นหัวใจรูมาติก
  • ประวัติเส้นเลือดสมองอุดตันจากลิ่มเลือด
  • ภาวะลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือดในปอด, แขนหรือขา
  • ภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
  • กลไกการออกฤทธิ์ของยาวาร์ฟาริน

ยาวาร์ฟาริน ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการสังเคราะห์วิตามินเค ซึ่งเป็นวิตามินที่ทำให้เกิดกระบวนการจับตัวของลิ่มเลือด จึงสามารถชะลอและป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดจากการเกิดลิ่มเลือดได้

ข้อควรปฏิบัติในคนไข้ที่กินยาวาร์ฟาริน

  • ต้องมาตรวจเลือดเป็นระยะตามแพทย์สั่ง เพื่อติดตามค่าการแข็งตัวของเลือดที่เรียกว่า ไอเอ็นอาร์ (INR หรือ International Normalized Ratio)
  • ค่า INR คือ ค่าบอกถึงประสิทธิภาพของการรักษาด้วยยาวาร์ฟาริน และเป็นค่าที่แพทย์ใช้พิจารณาในการปรับขนาดยา ซึ่งควรอยู่ในช่วง 2-3 ในคนไข้ที่ไม่ได้ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ และ 2.5-3.5 ในคนไข้ที่ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ
  • ถ้าค่า INR น้อยเกินไป(ต่ำกว่า 2, 2.5) อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือดอุดตันที่ลิ้นหัวใจเทียมหรือเส้นเลือดต่างๆ โดยเฉพาะเส้นเลือดในสมอง และนำไปสู่ภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาตได้
  • แต่ถ้าค่า INR มากเกินไป(มากกว่า 3, 3.5) อาจทำให้เลือดออกผิดปกติเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
  • ต้องกินยาอย่างต่อเนื่อง และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น เลือดออกผิดปกติ (เลือดออกตามไรฟันที่นานกว่า 10 นาที รอยจ้ำเขียวตามตัว เลือดกำเดาไหล เลือดออกในตาขาว อุจจาระหรือปัสสาวะมีเลือดปน ไอจามเป็นเลือด) และอาการลิ่มเลือดอุดตัน (อาการแขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง ตามัวมองเห็นภาพไม่ชัด) เป็นต้น
  • ในกรณีที่ต้องผ่าตัดหรือถอนฟัน ต้องแจ้งศัลยแพทย์หรือทันตแพทย์ทุกครั้งก่อนทำหัตถการ เพื่อป้องกันภาวะเลือดไหลไม่หยุด
  • ควรหลีกเลี่ยงการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ
  • ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจมีการกระทบกระแทกรุนแรงหรือบาดเจ็บได้ง่าย
  • หากต้องการมีบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพราะยามีผลต่อทารกในครรภ์
  • ปัจจัยที่มีผลต่อยาวาร์ฟาริน
  • ยาบางชนิดมีผลทำให้ระดับยาวาร์ฟารินในเลือดเปลี่ยนแปลงได้ ดังนี้
  • ยาที่เพิ่มฤทธิ์ของวาร์ฟาริน เช่น ยาแก้ปวด(Piroxicam, Indomethacin) หรือยาฆ่าเชื้อ(Co-trimoxazole, Ciprofloxacin)
  • ยาที่ลดฤทธิ์ของวาร์ฟาริน เช่น ยากันชัก(Carbamazepine, Phenytoin) หรือยาฆ่าเชื้อ(Rifampicin, Dicloxacillin)
  • อาหารบางชนิดมีผลทำให้ระดับยาวาร์ฟารินในเลือดเปลี่ยนแปลงได้ ตามรูปข้างล่าง

แต่หากรับประทานอาหารเหล่านี้เป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ควรเปลี่ยนแปลงปริมาณอาหารที่รับประทานจากเดิม เนื่องจากจะส่งผลให้ค่า INR เปลี่ยนแปลงไปได้ค่ะ

โรคร่วม

ไข้, Hyperthyroidism, ภาวะติดเชื้อ ทำให้เพิ่มฤทธิ์ของยาวาร์ฟาริน Hypothyroidism มีผลลดฤทธิ์ของยาวาร์ฟาริน

พันธุกรรม

จากข้อมูลที่ได้กล่าวไปข้างต้น หลายคนน่าจะพอรู้จักยาวาร์ฟารินกันบ้างแล้ว และคงหายสงสัยว่า มะม่วงมีผลอะไรกับยาวาร์ฟาริน สำหรับในคนไข้บางรายที่ค่าเลือดผิดปกติอาจมาจากหลายสาเหตุเช่น ภาวะโรคร่วม หรือ พฤติกรรมการดำเนินชีวิต เป็นต้น

ดังนั้นหน้าที่ของเภสัชกรคือ…

หาสาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดปกติดังกล่าว เพื่อช่วยแพทย์ในการประเมินการสั่งใช้ยา และเพื่อความปลอดภัยของคนไข้ทุกคนนั่นเองค่ะ

แหล่งที่มา:

อยู่กับยา. (2561). ทำไมคนไข้ที่กินยาวาร์ฟารินจึงไม่ควรกินมะม่วง?. เข้าถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2561.

เช็คสุขภาพ. (2561). คุยกับผู้เชี่ยวชาญ. เข้าถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2561.

17/08/2018
ภญ. บุณฑริกา บุญไชยแสน

เภสัชกรหญิง บุณฑริกา บุญไชยแสน

จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีสาขาบริบาลเภสัชกรรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จบวุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญด้านบริบาลผู้ป่วยมะเร็ง และผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ปัจจุบันเป็นเภสัชกรและบรรณาธิการเว็บไซต์ "อยู่กับยา" (Live with Drug)

บทความอื่นๆ
เปิดตัวสายรัดข้อมือ “หาย(ไม่)ห่วง” ติดตามผู้ป่วยสมองเสื่อม

มูลนิธิกระจกเงา เปิดตัวสายรัดข้อมือ “หาย(ไม่)ห่วง” ติดตามผู้ป่วยสมองเสื่อม โรคจิตเวช และพัฒนาการทางสมองช้า 


สภาเภสัชฯ จี้ ยกเลิกใช้ “พาราควอต คลอร์ไพรฟอส ไกลโฟเตส” ภายในปี 62

สภาเภสัชกรรมออกแถลงการณ์ ยืนยันให้พาราควอต คลอร์ไพรฟอส ไกลโฟเตส สารเคมีกำจัดศัตรูพืช


Healthy Lung Thailand ขยายความร่วมมือดูแลผู้ป่วยมะเร็งปอด

โครงการ Healthy Lung Thailand ขยายส่วนต่อไปสู่การดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดในพื้นที่ต่าง ๆ ให้ครอบคลุม 


CHECKSUKKAPHAP.COM
เลขที่ 598 ชั้น 6 ถนนเพลินจิต ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
095-515-9229
ข้อกำหนดและเงื่อนไข ความเป็นส่วนตัว